null

0

"จ่าคลั่ง" เพราะถูกละเมิดศีลข้อ ๒ ก่อให้เกิดความสูญเสียงครั้งใหญ่ พระเปื่อยเชอ ขนฺติมโน พุทธศาสตร์ ปี ๒ มมร.วิทยาเขตล้านนา


2020-02-29 17:29:46

               จากเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญคนไทยทั้งประเทศ กรณี จ่าสิบเอก จักรพันธ์ ถมมา สังกัด กองพันสรรพาวุธกระสุนที่ ๒๒ จาก การซื้อขายที่ดินแล้วผู้ก่อเหตุไม่ได้รับเงินทอนจากการกู้เงินสวัสดิการกองทัพบก และยังพบว่ายังมีผู้เสียหายจากขบวนการเงินทอนเงินกู้สวัสดิการ อีกไม่น้อยกว่าพันคนซึ่งบ้านจัดสรร สองหลังที่ตั้งอยู่กลางไร่ข้าวโพด หลังหนึ่งคือบ้านของผู้ก่อเหตุ ตามที่อยู่ในสัญญากู้เงินจาก กองการออมทรัพย์ กรมสวัสดิการทหารบก วงเงิน ๑ ล้าน ๕ แสนบาท ซึ่งเปิดให้ทหารกู้เงินมาสร้างบ้านได้ แต่ทหารหลายคนที่ไม่มีหลักทรัพย์ ต้องใช้บริการธุรกิจบ้านจัดสรร ซึ่งในกรณีของจ่าสิบเอกรายนี้ จึงได้ใช้บริการในลักษณะดังกล่าว กับผู้บังคับบัญชา โดยทางแม่ยายของผู้พันจะทำการซื้อที่ดินที่มีโฉนดให้กับจ่าแล้วจะทำการสร้างบ้านให้ เพราะตามสัญญากู้เงินสวัสดิการกองทัพบกจะต้องสร้างบ้านจริง นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ขบวนการ เงินทอน ที่จะได้รับจากวงเงินกู้ ๑ ล้าน ๕ แสนบาท

           ซึ่งผู้กู้ คือผู้ก่อเหตุจะรับเงินจากกรมสวัสดิการทหารบก เป็นงวด รวม ๓ งวดจนครบ ๑ ล้าน ๕ แสนบาท แสดงว่าในจำนวนเงินเต็มเมื่อหักค่าที่ดิน ค่าสร้างบ้าน ที่คู่กรณีคิดราคาจริงอยู่ที่ ๑ ล้าน ๑ แสนบาท แต่ต้นทุนของเจ้าของโครงการมีอยู่จริงเพียงประมาณ ๗ แสนบาท คู่กรณีเจ้าของธุรกิจจะมีเงินทอนเหลือประมาณ ๔ แสนบาท จะตกเป็นของผู้กู้ ในขณะที่ขั้นตอนระหว่างการอนุมัติจะต้องมีค่าหัวคิว เพราะต้องผ่านการผู้บังคับบัญชาอนุญาตให้กู้ หากมีนายหน้าจัดการให้อีกทางหนึ่ง ก็จะกู้ได้ง่าย เงินทอนส่วนต่างๆที่ได้มาจึงอาจมีค่าใช้จ่ายตามขั้นตอนเหล่านี้

              ทั้งนี้ ยังมีทหารรายหนึ่ง ที่กู้เงินจากโครงการ อทบ.สวัสดิการกองทัพบก เช่นเดียวกับจ่าผู้ก่อเหตุ ได้เปิดเผยอีกว่า เขาได้วงเงิน ๑ ล้าน ๕ แสนบาท ซึ่งได้กู้เพื่อมาต่อเติมบ้านในโครงการหมู่บ้านสวัสดิการทหารบกนี้ด้วย ซึ่งทำเรื่องกู้เอง แต่ในการต่อเติมบ้านได้รับการติดต่อให้ใช้บริการจากธุรกิจของผู้พันรายหนึ่ง เพื่อหวังให้ขั้นตอนการตรวจสอบง่ายขึ้น แต่กลับถูกโกงทั้งเรื่องส่วนต่างค่าต่อเติมบ้านและยังถูกโกงจากการไปรับเงินกู้เองแต่กลับโอนให้ทหารรายนี้ได้เงินรวม ๙ แสนบาท ถูกโกงเงินทอนไปถึง ๕ แสนบาท ทหารชั้นผู้น้อยรายนี้ ยอมรับว่าที่ถูกโกงขณะนั้นเขาโกรธและเครียด จนเกือบตัดสินใจก่อเหตุแบบจ่าที่ก่อเหตุ ยิงคู่กรณีด้วยซ้ำแต่มีพ่อแม่แม่มาเตือนไว้จึงได้ยั้งคิด หาทางในการร้องเรียนขอให้กองทัพบกตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีทหารชั้นผู้น้อยถูกโกงแบบนี้ไม่ต่ำกว่า ๑ พันคน 

         ในกรณีของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ที่ได้ซื้อที่ดินกับนางอนงค์ แต่นางอนงค์ ไม่ได้คืนส่วนต่างๆให้ อ้างว่าเงินส่วนนั้นอยู่กับนายหน้าซื้อขายที่ดิน ซึ่งจ.ส.อ.จักรพันธ์ ก็พยายามมาทวงถามตลอด จนทำให้ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถูกผู้บังคับบัญชาบางคนสั่งขัง ทำโทษและหักเบี้ยเลี้ยงตลอด เลยทำให้ จ.ส.อ.จักรพันธ์ เกิดความเครียด กดดันและเก็บกด เมื่อล่าสุดนางอนงค์ นัดหมายให้ไปเคลียร์เรื่องเงิน พอไปถึงก็ไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้ 

             จ่าจักรพันธ์ถูกผู้บังคับบัญชากดขี่จนกลายเป็น “จ่าคลั่ง” ที่ก่อเหตุกราดยิงโดยมีสติว่าการยิงคือการสื่อสารทางสังคม การยิงจึงเป็นเครื่องมือในการบอกโลกว่าตัวตนจ่าถูกเหยียบย่ำจนชีวิตเหมือนตายทั้งเป็นไปแล้ว ความตายของจ่าทำให้คนเห็นว่าจ่าถูกข่มเหงจนผบ.ทบ.ยอมรับในปัจจุบัน ต่อให้จ่าผิดที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์ก็ตาม

             ด้วยสาเหตุต่างๆเหล่านี้จึงทำให้ผู้ก่อนเหตุเกิดการควบคุมตัวเอไม่ได้ และ จัดการกับความกดดัน ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งคนเรานั้นมีความกดดันมากน้อยต่างกัน ตามหลักแล้วความกดดันทางสังคม เช่น บางคนคาดหวังกับเป้าหมายของชีวิต อยากมีทรัพย์สินเงินทอง อยากร่ำรวยมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูง แต่หลายคนไม่สามารถที่จะไปถึงเป้าหมายได้ จึงทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้องได้

            นี่ถือว่าเป็นบทเรียนที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งในสังคมชาวพุทธในปัจจุบันนี้ สังคมไทยวันนี้อยู่ใต้ระบอบการปกครองที่ชนชั้นนำล่มสลายความน่านับถือทางศีลธรรมอย่างสิ้นเชิง มีแต่การต่อปากต่อคำเพื่อเอาตัวรอด คำแถลงที่เป็นแค่การแก้ตัว พูดผิดให้เป็นถูก โจมตีคนอื่นเพื่อบิดเบือนประเด็น ไม่ถือความสัตย์ และไม่มีตรงไหนเข้าใกล้ความเป็นผู้นำที่ดี

                         กล่าวโดยสรุปคือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สาเหตุเกิดจากเรื่องของทรัพย์สินเงินทอง ที่จ่าจักรพันธ์ ทำการซื้อที่ดินกับนางอนงค์ แต่ไม่ได้รับความยุติธรรม และ ยังถูกผู้บังคับบัญชาบางคนกดขี่ สั่งขัง ทำโทษและหักเบี้ยเลี้ยงตลอด จึงทำให้จ่าคลั่ง เกิดความเก็บกด และ มีความกดดันจากปัญหาในเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นกับเขาจนเป็นเหตุให้ลงมือล้างแค้นต่อผู้ที่ได้กระทำกับตนเองไว้ ทั้งนี้จ่าคลั่งไม่ได้ยิงเฉพาะผู้ที่กระทำแก่ตนเองเท่านั้น ยังผู้บริสุทธิ์อีกมากมาย จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะสาเหตุเกิดจาก จ่าคลั่ง นั้นถูกโกงเงินและไม่ได้รับความยุติธรรม ถ้ามองตามหลักพระพุทธศาสนาแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เกิดจากการขาดศีลข้อ๒ ที่ว่าด้วยการลักเอาสิ่งของของผู้อื่นที่เจ้าของยังไม่ได้ให้ การขาดศีลเพียรข้อเดียวทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ ศีลจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม